กางเต็นท์นอนท้าลมหนาวที่ภูเรือ ตอนแรก

เนื่องจากว่าไม่อยากให้บล็อคนี้เงียบเหงาเกินไป เพราะนานๆ ทีจะมีบทความเกี่ยวกับวิทยุสมัครเล่นมาเขียน และตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงานประจำเกือบจะครบปีแล้วเลยทำให้มีเวลาว่างได้ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ พอสมควร และคิดว่าจะเขียนเรื่องราวที่ผมและครอบครัวได้ไปท่องเที่ยวมาประดับบล็อคไว้สักหน่อย (จะมีคนอ่านบ้างรึป่าวหว่า)

เริ่มจากทริปแรก กางเต็นท์นอนท้าลมหนาวที่ภูเรือ

สำหรับทริปนี้เป็นอะไรที่แทบไม่ได้ตั้งตัวอะไรมากนัก เพราะในเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 2556 ที่อากาศกำลังเย็นสบายทั้งผมและลูกเมียกำลังหลับอยู่ จู่ๆ หลานสาวของภรรยาผมก็โทรมาบอกว่าวันนี้ลืมนึกไปว่าไม่มีเรียนพวกเราไปเที่ยวภูเรือกันเถอะ เราก็คิดว่าโอ้ อะไรจะบอกกระทันหันแบบนี้จะเตรียมตัวทันเหรอ เพราะปกติเวลาจะไปไหนผมมักจะวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเสมอ เลยบอกว่าเดี๋ยวสายๆ จะให้คำตอบ

หลังจากนั้นก็ตื่นนอนกันต่างคนต่างรีบเคลียร์งานกัน แล้วหลานก็โทรมาถามย้ำอีกว่าตกลงจะไปไหม เลยตอบว่าไปก็ไปเพราะเราก็เคยคุยกันว่าหนาวนี้จะไปภูเรือกันอยู่แล้ว จากนั้นก็จัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เช็ครถ แล้วก็ออกเดินทางกันตอนเที่ยงๆ เส้นทางที่ใช้คือ คอนสวรรค์ แก้งคร้อ ภูเขียว ชุมแพ เลย ภูเรือ

เนื่องจากว่าเป็นเวลาช่วงเที่ยงเลยหิวสิ ก็แวะทานข้าวที่อำเภอแก้งคร้อกันก่อน โดยเมนูสุดโปรดคือไก่ย่างส้มตำ เป็นร้านที่เลยตัวอำเภอออกไปนิดนึง รสชาติก็อร่อยใช้ได้ เมื่ออิ่มท้องกันแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ ลองเปิดวิทยุ icom 2200T ตัวโปรดของผมไปที่ความถี่ชมรม (144.2125mHz) ปรากฎว่าได้ยินเสียง HS4OYS ก็เลยคอนแท็คทราบว่าเขาจะกลับบ้านที่เชียงคานพอดี เลยได้ติดต่อกันและขับรถตามๆ กันไป ต้องของขอบคุณ HS4OYS ที่แนะนำเส้นทางและให้ยืมเต็นท์ด้วย สำหรับถนนเส้นนี้ขับผ่านทีไรจะพากันบ่นตลอดว่าเมื่อไหร่เขาจะพัฒนาขยายถนนบ้าง เพราะทั้งแคบและรถเยอะมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกอ้อย เนื่องจากที่ชุมแพจะมีโรงน้ำตาลตั้งอยู่ รถอ้อยเส้นนี้เยอะจริงแถมยังทำให้ถนนพังอีก ระหว่างทางยังเจอรถบรรทุกอ้อยจอดเสียเป็นระยะๆ (บ่นๆ)

khonsawan phurua map
เส้นทางคอนสวรรค์ ภูเรือ

หลังจากผ่านถนนที่คับแคบเราก็ถึงอำเภอชุมแพ แวะเติมน้ำมันที่ปตท.ซ้ายมือ แล้วก็ขึ้นถนนใหญ่สี่เลนหกเลนค่อยหายใจโล่งหน่อย ออกจากชุมแพไปไม่ไกลก็แยกขวาออกไปทางจังหวัดเลย ขับไปเรื่อยๆ ผ่านสถานที่ที่เคยได้ยินชื่ออย่างเช่น ผานกเค้า ภูกระดึง วังสะพุง เข้าตัวเมือง จนสุดทางเจอสามแยกใหญ่ก็เลี้ยวซ้ายไปภูเรือ ทางไปภูเรือก็คล้ายๆ กับทางไปเขาอื่นๆ มีขึ้นเขาลงเขา โค้งซ้ายโค้งขวา แต่ถนนก็ดีใช้ได้ ใช้ความเร็วได้ไม่มากคือประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางจากตัวเมืองเลยไปภูเรือก็ประมาณ 40 กว่ากิโลเมตรจำตัวเลขจริงๆ ไม่ได้

เนื่องจากว่าเราออกจากบ้านสายมากๆ เลยไปถึงตัวอำเภอภูเรือตอนเย็นเลย แล้วก็มืดเร็วมาก หาข้อมูลดูเขาบอกว่าเจ้าหน้าที่จะปิดด่านไม่ให้เข้าออกในเวลาสองทุ่ม ส่วนพวกเราก็ยังไม่มีที่นอน ไม่มีข้อมูลอะไรเลย เลยได้สอบถามเพื่อนนักวิทยุสมัครเล่นและร้านค้าแถวนั้นเขาบอกว่า ข้างบนสามารถกางเต็นท์นอนได้ ก็เลยส่งรถอีกคันนึงคือหลานและแฟนเขาขึ้นไปหาที่กางเต็นไว้ก่อน

ส่วนผมและภรรยา (HS4TGQ) ก็หาซื้อของใช้ของกินที่จะไปใช้คืนกันคืนนี้ โดยบริเวณทางขึ้นจะมีตลาดขายของกินและมีร้านสะดวกซื้อ พวกเราก็จัดแจงซื้อของต่างๆ เช่น ไฟฉาย ไฟตะเกียง ผ้าใบปูนอนและนั่งทานอาหาร เตา ถ่าน และอื่นๆ แล้วก็ไปซื้อของกินที่ตลาด เมื่อเรียบร้อย ก็เกือบๆ ทุ่มนึงได้ พวกเราก็ขับรถขึ้นเขาไปไม่ไกลจะเห็นลานดอกคริสมาสขวามือคิดกันว่ามันมืดแล้วพรุ่งนี้ขาลงค่อยมาถ่ายรูปกัน จากนั้นก็ขับรถไปสักพักก็เจอด่านเจ้าหน้าที่ ทำการจ่ายค่าธรรมเนียมโดยคิดเป็นรายหัวและรถยนต์อีกต่างหาก (เหมือนๆ ที่อุทธยานอื่น) เจ้าหน้าที่เขาบอกว่ากางเต็นท์ได้สองจุดใหญ่ๆ คือ ลานที่ 1 เป็นจุดบริการ และลานที่สองขึ้นไปอีกประมาณ 8 กม. โดยเราเลือกไปลานที่สอง แต่ว่าเส้นทางชันมาก ต้องใช้เกียร์ 1 สลับ เกียร์ 2 ตลอด รู้สึกว่ามันยาวนานเหลือเกินกว่าจะถึงคิดว่ามาผิดทางซะด้วยซ้ำ โชคดีที่พอมีไฟรถคันอื่นให้เห็นอยู่บ้าง

พอขึ้นไปถึงจะมีป้ายบังคับให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปที่จอดรถ หลานที่ขึ้นไปล่วงหน้าแล้วบอกว่าที่กางเต็นท์ที่เขาเตรียมไว้ให้เต็มหมดแล้ว แต่โชคดีอีกครั้งที่ยังพอมีที่ว่างๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่จอดรถ เป็นลานหญ้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่จะตัดถางหญ้าไว้เผื่อรองรับคนด้วย เราก็จัดแจงกางเต็นท์กันแบบมืดๆ ตอนนั้นก็ประมาณสองทุ่มได้มั้ง ตอนที่กำลังจัดเตรียมของกันอยู่ก็มีเจ้าหน้าที่มาสองคนบอกว่าขอเก็บเงินค่ากางเต็นท์ด้วยครับจ่ายไป 120 บาทมั้ง

tent-phurua
จุดกางเต็นท์
tent-phurua-2
จุดกางเต็นท์

เมื่อกางเต็นท์เรียบร้อย ก็ถึงคราวเตรียมของกินกัน ผมจัดการก่อไฟในเตาขอบอกว่าไฟติดยากมาก สงสัยเพราะอากาศชื้นสูง กว่าจะติดต้องใช้คนถึงสามคนเลยทีเดียว มิน่าแหละเจ้าหน้าที่เขาไม่ว่าอะไรเรื่องก่อไฟเพราะไฟคงจะไหม้อะไรต่างๆ ได้ยากมากคงไม่มีปัญหาเรื่องไฟป่า

tent-phurua-1
ภูเรือหนาวนะแต่ลูกผมทนได้

พออาหารเสร็จเรียบร้อยเราก็มานั่งล้อมวงกินกัน 5 คนรวมตัวเล็กด้วย นั่งกิน ดื่มเบียร์ พูดคุยกันเพลินๆ แปบเดียวเกือบเที่ยงคืนแล้ว ก็เลยแยกย้ายเข้าเต็นท์ใครเต็นท์มันนอนรวดเดียวถึงเช้าเลย… เดี๋ยวไปต่อกันตอนที่สอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *